สถานประกอบการเครือข่ายร่วมพัฒนา

          สภาพการจัดการศึกษาในปัจจุบัน  เป็นที่ยอมรับกันว่ากลไกในการพัฒนาคน ที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ“การศึกษา“แต่สภาพการจัดการศึกษาของไทยในปัจจุบันไม่ว่าในรูปแบบใดทั้งการศึกษาระบบในโรงเรียน การศึกษานอกโรงเรียนหรือการศึกษาตามอัธยาศัย  ยังไม่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน  สังคม  ประเทศชาติ  และกระแสโลกาภิวัตน์  เนื่องจากเป็นการจัดตามศักยภาพ   ความพร้อม    หรือ  ความถนัดของหน่วยงานผู้จัดเป็นส่วนใหญ่  หลักสูตรเน้นเนื้อหาไกลตัวผู้เรียน  เน้นการเรียนแบบท่องจำ  ขาดระบบส่งเสริมวิชาชีพครู   ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน   และองค์กรอื่นในสังคมมีระบบการบริหารจัดการที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางสภาพการจัด  การศึกษา  ดังกล่าวทำให้ผลผลิตทางการศึกษาไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ผู้เรียนขาดโอกาสใน        การพัฒนาตนเองให้เต็มตามศักยภาพทำให้ไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าความรู้  ความสามารถที่ผู้เรียนได้รับจะสนองความต้องการของตนเองได้ สามารถประกอบอาชีพได้  สามารถตอบสนองความจำเป็นในการพัฒนาประเทศและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้

          เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ  ที่จัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีและเงื่อนไขความรู้  คุณธรรม  ประกอบด้วยสมาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้กำหนดนโยบายประชาคมอาเซียนปี  2558  ดังนั้นโรงเรียนนาน้อยได้มีการทบทวนหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าวโดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในท้องถิ่นและทฤษฏีทางการศึกษา  พหุปัญญารองรับการดำเนินการ

          โรงเรียนนาน้อย  อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37 (แพร่ - น่าน) มีจำนวนนักเรียน  1,293  คน ได้จัดโครงการมัธยมศึกษาปฏิบัติการเพื่ออาชีพ  หลักสูตรสถานศึกษาที่จัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่เน้นตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ แต่ละโรงเรียนต้องศึกษาศักยภาพโรงเรียน นักเรียน ชุมชน ท้องถิ่น และดำเนินการร่วมกับหน่วยเครือข่ายพัฒนาในพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้กระบวนการของ PDCA อาศัยพลังร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคมช่วยกันขับเคลื่อนแนวคิดการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพนำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อสร้างศักยภาพเด็กไทยให้เข้มแข็งรองรับการแข่งขันในปี 2558 ซึงโครงสร้างของหลักสูตร เป็นไปตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลาง และทางโรงเรียนได้มีการจัดให้นักเรียนฝึกปฏิบัติวันพฤหัสบดี - วันศุกร์ และการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เรื่องการงานอาชีพจนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง   ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ได้ผลผลิตที่มีทักษะด้านอาชีพที่มีคุณภาพขึ้น และจะพัฒนานักเรียนได้ตรงตามความสามารถ และไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้


แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2011 เวลา 14:35 น.)